ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 คำนวณอย่างไร อัตราภาษี ค่าลดหย่อน ครบจบ
อธิบายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569: อัตราภาษีก้าวหน้า ค่าลดหย่อนทุกรายการ ฐานประกันสังคมใหม่ และกำหนดยื่นแบบ พร้อมตัวอย่างคำนวณจริงตามเกณฑ์กรมสรรพากร

บทสรุป: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทยจัดเก็บแบบอัตราก้าวหน้า โดยใช้สูตร เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน แล้วนำไปคำนวณตามบัญชีอัตราภาษี 8 ขั้น ตั้งแต่ 0% ถึง 35% เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี และส่วนที่เกิน 5 ล้านบาทเสียภาษีในอัตรา 35% (ที่มา: กรมสรรพากร) สำหรับพนักงานประจำ เงินเดือน ค่าล่วงเวลา เบี้ยเลี้ยง และโบนัส ล้วนเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีทั้งสิ้น โดยนายจ้างจะหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นรายเดือนด้วยวิธีเทียบเป็นรายปี (ภ.ง.ด.1) และผู้มีเงินได้ยื่นแบบปรับปรุงส่วนต่างภายในสิ้นเดือนมีนาคมของปีถัดไป บทความนี้แสดงตัวอย่างการคำนวณครบทุกขั้นตอนของพนักงานเงินเดือน 50,000 บาท ครอบคลุมบัญชีอัตราภาษี รายการลดหย่อน (ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ครอบครัว ประกัน และการลงทุน) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญของปี 2569 คือเพดานฐานเงินสมทบประกันสังคมที่ปรับขึ้นจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ทั้งนี้ YANGSHU CO., LTD เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์องค์กรแบบ Custom ที่มีฐานอยู่ในประเทศไทย พร้อมศูนย์วิจัยและพัฒนาทั้งในไทยและจีน ให้บริการ ERP เฉพาะอุตสาหกรรมที่มีโมดูลคำนวณเงินเดือนและภาษี ระบบ AI OCR อ่านเอกสารการเงินไทย และ RPA ระบบอัตโนมัติสำหรับงานประจำ โดยส่วนท้ายของบทความจะอธิบายว่าองค์กรสามารถนำกฎการคำนวณภาษีเหล่านี้เข้าสู่ระบบเพื่อลดข้อผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือได้อย่างไร
ดูตัวอย่างก่อน: เงินเดือน 50,000 บาท ต้องเสียภาษีปีละเท่าไร?
คำตอบ: กรณีใช้เฉพาะค่าลดหย่อนพื้นฐาน พนักงานเงินเดือน 50,000 บาท พร้อมโบนัสปีละ 100,000 บาท จะเสียภาษีทั้งปีประมาณ 27,450 บาท คิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริงราว 3.9% โดยมีขั้นตอนการคำนวณดังนี้
| ขั้นตอน | รายการ | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| 1 | เงินได้ทั้งปี — 50,000 × 12 + โบนัส 100,000 | 700,000 |
| 2 | หักค่าใช้จ่าย 50% ของเงินได้ สูงสุด 100,000 | − 100,000 |
| 3 | ค่าลดหย่อนส่วนตัว | − 60,000 |
| 4 | ประกันสังคม (875 × 12 ตามเพดานปี 2569) | − 10,500 |
| 5 | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อัตรา 5% | − 30,000 |
| 6 | เงินได้สุทธิ | 499,500 |
| 7 | 150,000 บาทแรก — ยกเว้นภาษี | 0 |
| 8 | ส่วน 150,001–300,000 × 5% | 7,500 |
| 9 | ส่วน 300,001–499,500 × 10% | 19,950 |
| — | ภาษีทั้งปีรวม | 27,450 |
นายจ้างจะหักภาษี ณ ที่จ่ายประมาณเดือนละ 2,287.50 บาท (27,450 ÷ 12) และมีความเข้าใจผิดที่พบบ่อยซึ่งควรแก้ไข คือ อัตราก้าวหน้าคิดเฉพาะ "ส่วนที่เกิน" ของแต่ละขั้นเท่านั้น แม้เงินได้สุทธิในตัวอย่างจะเกิน 500,000 บาท เข้าสู่ขั้น 15% ก็มีเพียงส่วนที่เกิน 500,000 เท่านั้นที่เสีย 15% ไม่ใช่ทั้งก้อน
อยากลองคำนวณด้วยตัวเลขของคุณเอง? ใช้โปรแกรมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฟรีของเรา ระบบใช้หลักเกณฑ์ทุกข้อในบทความนี้ให้อัตโนมัติ พร้อมส่งออกรายละเอียดเป็นไฟล์ Excel ครับ
สูตรคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร?
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณจากเงินได้สุทธิ: เงินได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน แล้วนำไปเทียบบัญชีอัตราภาษีแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานของกรมสรรพากร ผู้มีเงินได้ประเภทเงินเดือนเป็นหลักยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ส่วนผู้มีเงินได้ประเภทอื่นร่วมด้วย เช่น ค่าเช่า หรือรายได้อิสระ ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 นอกจากนี้ กรณีมีเงินได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือนเกินเกณฑ์ที่กำหนด ต้องเปรียบเทียบกับวิธีคำนวณแบบเหมาในอัตรา 0.5% ของเงินได้พึงประเมิน แล้วชำระตามจำนวนที่สูงกว่า บทความนี้เน้นเฉพาะกรณีพนักงานประจำ
เงินได้ประเภทใดบ้างที่ต้องเสียภาษี?
เงินเดือน ค่าล่วงเวลา (OT) เบี้ยเลี้ยงทุกประเภท ค่านายหน้า และโบนัส ล้วนเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ต้องนำมารวมคำนวณภาษีทั้งจำนวน พนักงานจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ หรือเบี้ยขยัน "ไม่ใช่เงินเดือน" ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะนอกจากรายการที่กฎหมายยกเว้นไว้อย่างชัดเจนแล้ว ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินจากนายจ้างโดยหลักต้องนำมารวมเป็นเงินได้ทั้งสิ้น โบนัสประจำปีจะถูกนำมารวมคำนวณในปีที่จ่าย จึงเป็นเหตุให้เดือนที่มีการจ่ายโบนัส ยอดหักภาษี ณ ที่จ่ายสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนมีอะไรบ้าง? (อัตราปี 2569)
เงินได้ประเภทเงินเดือนหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จากนั้นจึงหักค่าลดหย่อนตามสิทธิของแต่ละบุคคล รายการหลักมีดังนี้
กลุ่มครอบครัว
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท (ทุกคนได้รับสิทธิ)
- คู่สมรสจดทะเบียนที่ไม่มีเงินได้: 60,000 บาท
- บุตร: คนละ 30,000 บาท และบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 คนละ 60,000 บาท
- อุปการะบิดามารดาอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี: คนละ 30,000 บาท (รวมบิดามารดาของคู่สมรส สูงสุด 4 คน)
- อุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ: คนละ 60,000 บาท
กลุ่มประกันสังคมและประกัน
- เงินสมทบประกันสังคม: หักได้ตามที่จ่ายจริง ปี 2569 เพดานฐานเงินสมทบปรับขึ้นเป็น 17,500 บาท ผู้ประกันตนจ่ายสูงสุดเดือนละ 875 บาท หรือปีละ 10,500 บาท (ที่มา: สำนักงานประกันสังคม)
- เบี้ยประกันชีวิต: ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท (นับรวมกับประกันสุขภาพตนเอง)
- เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง: สูงสุด 25,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา: สูงสุด 15,000 บาท
- เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ: ไม่เกิน 15% ของเงินได้ สูงสุด 200,000 บาท
กลุ่มเกษียณและการลงทุน (ใช้เพดานรวมกัน 500,000 บาท)
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD): ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง สูงสุด 500,000 บาท
- RMF: ไม่เกิน 30% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท
- Thai ESG: ไม่เกิน 30% ของเงินได้ สูงสุด 300,000 บาท
- ข้อจำกัดสำคัญ: PVD + RMF + ประกันบำนาญ และกองทุนกลุ่มเกษียณอื่น รวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาท
อื่น ๆ
- ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย: ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท
- เงินบริจาคทั่วไป: ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนอื่น ส่วนเงินบริจาคเพื่อการศึกษาและโรงพยาบาลรัฐหักได้ 2 เท่า
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประจำปี (เช่น Easy E-Receipt): เป็นไปตามประกาศกรมสรรพากรในแต่ละปี
บัญชีอัตราภาษีปี 2569 เป็นอย่างไร?
เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษี ส่วนที่เกินคิดตามอัตราก้าวหน้า 8 ขั้น เริ่มต้น 5% สูงสุด 35% ตามตาราง (ที่มา: กรมสรรพากร)
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี | ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น | 0 |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 27,500 |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 65,000 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 115,000 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 365,000 |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 1,265,000 |
| เกิน 5,000,000 | 35% | — |
วิธีคำนวณอย่างรวดเร็ว: หาขั้นที่เงินได้สุทธิตกอยู่ แล้วใช้ "ภาษีสะสมของขั้นก่อนหน้า + (เงินได้สุทธิ − จุดเริ่มต้นของขั้น) × อัตราของขั้นนั้น" เช่น เงินได้สุทธิ 600,000 บาท ภาษีเท่ากับ 27,500 + (600,000 − 500,000) × 15% = 42,500 บาท
ภาษีในเงินเดือนแต่ละเดือนถูกหักอย่างไร?
นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยวิธี "นำเงินได้เดือนนั้นคูณ 12 เพื่อเทียบเป็นรายปี คำนวณภาษีทั้งปี แล้วหารด้วย 12" และนำส่งกรมสรรพากรเป็นรายเดือนผ่านแบบ ภ.ง.ด.1 การหักรายเดือนจึงเป็นเพียงการประมาณการ การปรับเงินเดือนระหว่างปี การจ่ายโบนัส หรือการแจ้งค่าลดหย่อนเพิ่มเติมปลายปี ล้วนทำให้ยอดที่ถูกหักไม่ตรงกับภาษีที่ต้องชำระจริง โดยส่วนต่างจะปรับปรุงกันในการยื่นแบบประจำปีของผู้มีเงินได้ สำหรับฝ่ายเงินเดือนขององค์กร เดือนที่จ่ายโบนัสคือจุดที่ผิดพลาดง่ายที่สุด เพราะหากนำ "เงินได้เดือนที่รวมโบนัสแล้ว × 12" ไปเทียบเป็นรายปีโดยตรง จะทำให้เงินได้ทั้งปีสูงเกินจริงและหักภาษีเดือนนั้นมากเกินไป วิธีที่ถูกต้องคือคำนวณภาษีส่วนเพิ่มของโบนัสแยกต่างหาก แล้วหักส่วนต่างนั้นในเดือนที่จ่ายโบนัส
ยื่นแบบเมื่อไร และหากยื่นล่าช้ามีผลอย่างไร?
การยื่นแบบสำหรับปีภาษี 2568 มีกำหนดวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 สำหรับแบบกระดาษ และขยายถึง 8 เมษายน 2569 สำหรับการยื่นออนไลน์ (e-Filing / D-MyTax) การยื่นล่าช้ามีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ภาษีที่ค้างชำระต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน) และการจงใจหลีกเลี่ยงภาษีหรือแสดงข้อมูลเท็จมีโทษสูงสุดถึงจำคุกและปรับไม่เกิน 200,000 บาท (ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์) ทั้งนี้ ภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปสามารถขอผ่อนชำระได้ 3 งวด ข้อมูลทางการระบุว่าเพียงช่วงวันที่ 1 มกราคม – 1 มีนาคม 2569 มีผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้วกว่า 6.26 ล้านฉบับ เพิ่มขึ้น 8.53% จากปีก่อน และกรมสรรพากรอนุมัติคืนภาษีแล้วราว 23,530 ล้านบาท ผู้ที่ยื่นแบบตรงเวลาพร้อมเอกสารครบถ้วนมีแนวโน้มได้รับเงินคืนรวดเร็ว
ฝั่งองค์กรต้องระวังอะไร? (หน้าที่นายจ้างและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย)
หน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้างประกอบด้วย การหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งรายเดือนผ่าน ภ.ง.ด.1 อย่างถูกต้อง การหักและนำส่งเงินสมทบประกันสังคม (ลูกจ้าง 5% + นายจ้าง 5%) และการออกหนังสือรับรองการหักภาษี (50 ทวิ) ต้นปี โดยพารามิเตอร์ที่ล้าสมัยและการคำนวณด้วยมือคือต้นเหตุข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุด จากประสบการณ์ให้บริการองค์กรในประเทศไทย มี 4 ประเด็นที่ควรตรวจสอบตนเอง
- พารามิเตอร์ประกันสังคมยังไม่ปรับตามฐานใหม่ปี 2569 ไฟล์เงินเดือน Excel ที่ใช้ต่อเนื่องมาหลายปีจำนวนมากยังกำหนดค่าตายตัวเป็น "เพดาน 15,000 / เดือนละ 750" ทั้งที่ตั้งแต่ปี 2569 ตัวเลขคือ 17,500 / 875 และจะปรับขึ้นเป็น 20,000 ในปี 2572 อีกด้วย พารามิเตอร์จึงควรรวมศูนย์และทบทวนทุกปี
- ค่าลดหย่อน PVD ไม่มีการตรวจสอบเพดาน 15% และ 500,000 บาท ตารางที่ทำด้วยมือมักคำนวณ "เงินสะสม × 12" โดยตรง ทำให้พนักงานระดับสูงที่สะสมมากเกินเพดานโดยไม่มีใครทราบ
- การเทียบเป็นรายปีผิดพลาดในเดือนโบนัส (ตามที่กล่าวข้างต้น) ส่งผลให้เงินได้สุทธิรับจริงของพนักงานเดือนนั้นลดลงมาก และเกิดข้อโต้แย้งโดยไม่จำเป็น
- สูตรขั้นภาษีสูงสุดพิมพ์ผิด จากการตรวจสอบไฟล์เงินเดือนที่ลูกค้าสร้างเอง เราเคยพบตัวลบของขั้น 35% ถูกเขียนเป็น 2,000,000 แทนที่จะเป็น 5,000,000 ซึ่งข้อผิดพลาดของสูตรที่เขียนด้วยมือลักษณะนี้อาจไม่มีผู้ใดตรวจพบต่อเนื่องหลายปี
ด้วยเหตุนี้ องค์กรในประเทศไทยจำนวนมากขึ้นจึงย้ายงานเงินเดือนและภาษีจาก Excel เข้าสู่ระบบ โดย ERP เฉพาะอุตสาหกรรมของ YANGSHU (เช่น แพลตฟอร์ม Flows สำหรับธุรกิจขายและลีสซิ่ง) ฝังบัญชีอัตราภาษีก้าวหน้า ฐานประกันสังคม และเพดาน PVD ไว้เป็นพารามิเตอร์ที่ปรับแก้ได้ในโมดูลเงินเดือน เมื่อกฎหมายเปลี่ยน เพียงอัปเดตพารามิเตอร์โดยไม่ต้องแก้สูตร ระบบ AI OCR อ่านและดึงข้อมูลจาก Statement ธนาคารไทย เช็ค และสลิปโอนเงินโดยอัตโนมัติ สำหรับงานจ่ายเงินเดือนและการกระทบยอด ส่วน RPA ซอฟต์แวร์หุ่นยนต์จะดึงและรวบรวมข้อมูลนำส่ง ภ.ง.ด.1 และประกันสังคมรายเดือนจาก ERP หรือระบบเดิมอย่าง SAP และ Oracle แล้วสร้างไฟล์นำส่งโดยเชื่อมต่อแบบไม่กระทบระบบเดิม ลดงานซ้ำซ้อนปลายเดือน และสำหรับคำถามที่ฝ่ายบุคคลถูกถามบ่อย ("กรอกลดหย่อนบุตรอย่างไร" "ทำไมเดือนโบนัสถูกหักภาษีมาก") AI Knowledge Base ที่สร้างจากข้อมูลขององค์กรเองสามารถตอบคำถามด่านแรกแทนได้
ข้อสงวนสิทธิ์: บทความนี้เรียบเรียงตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคมเผยแพร่ ณ เดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านภาษี การยื่นแบบจริงโปรดยึดประกาศทางการล่าสุด หรือปรึกษาผู้สอบบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีที่ได้รับอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย
เงินเดือนเท่าไรจึงต้องเริ่มเสียภาษี?
ไม่มีตัวเลขเงินเดือนตายตัวครับ ขึ้นอยู่กับว่าเงินได้สุทธิทั้งปีเกิน 150,000 บาทหรือไม่ หากเป็นพนักงานโสดที่ใช้เฉพาะค่าลดหย่อนพื้นฐาน (ค่าใช้จ่าย 100,000 + ส่วนตัว 60,000 + ประกันสังคม 10,500) รายได้ทั้งปีไม่เกินราว 320,000 บาท หรือเงินเดือนประมาณ 26,000–27,000 บาท โดยทั่วไปจะยังไม่เสียภาษี อย่างไรก็ตาม ผู้มีเงินได้ประเภทเงินเดือนตั้งแต่ 120,000 บาทต่อปีขึ้นไป มีหน้าที่ยื่นแบบแม้ไม่มีภาษีต้องชำระครับ
ค่าล่วงเวลาและโบนัสต้องเสียภาษีหรือไม่?
ต้องเสียครับ OT โบนัส และเบี้ยเลี้ยง เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) ต้องนำมารวมกับเงินเดือนเพื่อคำนวณภาษี โดยโบนัสนับรวมในปีที่ได้รับจ่ายครับ
ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยใช้เกณฑ์เดียวกันหรือไม่?
ใช้เกณฑ์เดียวกันครับ เงินได้จากการจ้างงานในประเทศไทยเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าและเกณฑ์ลดหย่อนชุดเดียวกันไม่ว่าสัญชาติใด ทั้งนี้ ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี (อยู่ในไทยครบ 180 วันในปีภาษี) กับผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ จะต่างกันในสิทธิลดหย่อนบางรายการและการปฏิบัติต่อเงินได้จากต่างประเทศ กรณีเฉพาะควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีครับ
หากบริษัทหักภาษีไว้เกิน ต้องทำอย่างไร?
ยื่นขอคืนภาษีในการยื่นแบบประจำปี (ภ.ง.ด.91/90) ช่วงเดือนมกราคม–มีนาคมของปีถัดไปครับ การยื่นผ่าน e-Filing พร้อมผูกพร้อมเพย์จะได้รับเงินคืนเร็วขึ้นครับ
ประกันสังคมและ PVD เป็นการ "หักเงินก่อนแล้วค่อยคำนวณภาษี" ใช่หรือไม่?
เข้าใจเช่นนั้นได้ครับ ทั้งสองรายการถูกหักจากเงินเดือน และจำนวนที่จ่ายจริง (ภายในเพดานตามกฎหมาย) ยังนำมาเป็นค่าลดหย่อนเพื่อลดเงินได้สุทธิได้อีกด้วย จึงเป็นทั้งรายการหักเงินและสิทธิลดหย่อนภาษีในเวลาเดียวกันครับ