Yangshu
AIFree ToolSpeech-to-Text

VoiceScribe: โปรแกรม AI ถอดเสียงเป็นข้อความ แบบออฟไลน์ ฟรีสำหรับ Windows

เสียงหนึ่งชั่วโมงต้องใช้เวลาถอดเทปด้วยมือ 4–6 ชั่วโมง VoiceScribe ถอดเสียงแบบออฟไลน์บนเครื่องคุณเอง แยกผู้พูดให้อัตโนมัติ แล้วให้พรอมป์ต AI ของคุณจัดการส่วนที่เหลือ

12 กรกฎาคม 2569 Yangshu Team อัปเดต 12 กรกฎาคม 2569
VoiceScribe: โปรแกรม AI ถอดเสียงเป็นข้อความ แบบออฟไลน์ ฟรีสำหรับ Windows

VoiceScribe คือโปรแกรมถอดเสียงเป็นข้อความสำหรับ Windows ที่พัฒนาโดย Yangshu (YANGSHU CO., LTD) ซึ่งประมวลผลการรู้จำเสียงพูด (speech recognition) และการแยกผู้พูด (speaker diarization) บนเครื่องของผู้ใช้แบบออฟไลน์ทั้งหมด แปลงไฟล์วิดีโอหรือไฟล์เสียงให้กลายเป็นสคริปต์ข้อความที่ระบุผู้พูดและเวลากำกับ พร้อมส่งออกเป็นเอกสาร Word ที่จัดรูปแบบเรียบร้อยหรือไฟล์ซับไตเติล โมเดลทั้งหมดถูกรวมไว้ในตัวติดตั้งและทำงานบนเครื่องผู้ใช้ ไฟล์เสียงจึงไม่ถูกอัปโหลดไปที่ใด ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่มีการเก็บข้อมูล และสามารถถอดเสียงได้แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

เมื่อได้สคริปต์แล้ว VoiceScribe จะส่งต่อสคริปต์นั้นเข้าสู่ ขั้นตอน AI แบบเปิด ผู้ใช้กรอก API Key ของตนเอง (OpenAI, Gemini, Claude หรือรายอื่น) เลือกโมเดลที่ต้องการ และ เขียนพรอมป์ต (Prompt) ของตนเองเพื่อกำหนดว่าสคริปต์นี้จะกลายเป็นอะไร ไม่ว่าจะเป็นรายงานการประชุม สรุปเนื้อหาการเรียนการสอน บทสัมภาษณ์ที่เรียบเรียงแล้ว ซับไตเติลหลายภาษา โครงร่างเนื้อหา หรือรูปแบบอื่นใดตามต้องการ ผู้ใช้จึงไม่ถูกจำกัดอยู่กับเทมเพลตสำเร็จรูปเพียงไม่กี่แบบ

โปรแกรมนี้เหมาะกับทุกงานที่ต้องเปลี่ยนไฟล์บันทึกเสียงยาว ๆ ให้กลายเป็นข้อความที่ใช้งานได้จริง ทั้งการประชุมภายในองค์กร การเรียนการสอนและการอบรม การสัมภาษณ์ทางกฎหมาย งานข่าว ตลอดจนการผลิตพอดแคสต์และวิดีโอ

Yangshu เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์องค์กรและระบบไอทีแบบสั่งทำ ซึ่งมีฐานอยู่ในประเทศไทยและมีศูนย์วิจัยและพัฒนาทั้งในไทยและจีน ขอบเขตงานครอบคลุมระบบ ERP เฉพาะอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โซลูชัน AI ที่ใช้งานได้จริง และระบบอัตโนมัติ RPA โดย VoiceScribe เป็นโครงการที่บริษัทพัฒนาและเปิดให้ใช้งานฟรี


VoiceScribe แก้ปัญหาอะไร

แก้ปัญหาที่ทุกคนเจอแต่แทบไม่มีใครแก้ได้จริง นั่นคือการถอดเทปที่กินเวลามหาศาล โดยไม่บังคับให้ผู้ใช้ส่งไฟล์เสียงออกไปไหน

อัตราส่วนที่ใช้กันในวงการถอดเทปคือประมาณ 4:1 ถึง 6:1 กล่าวคือ เสียงความยาว 1 ชั่วโมงต้องใช้เวลาของผู้ถอดเทปมืออาชีพราว 4–6 ชั่วโมงจึงจะได้สคริปต์ที่ใช้งานได้ ส่วนผู้ที่ทำเองโดยไม่มีประสบการณ์มักใช้เวลา 5–8 ชั่วโมง (อ้างอิง: Rev, GMR Transcription) หากมีผู้พูดหลายคน มีสำเนียง หรือมีเสียงรบกวน อัตราส่วนนี้จะยิ่งสูงขึ้น การประชุมสองชั่วโมงจึงเท่ากับการทำงานด้วยมืออีกหนึ่งบ่าย

ขณะเดียวกัน จำนวนการประชุมก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รายงาน Work Trend Index ปี 2025 ของ Microsoft ซึ่งวิเคราะห์จากสัญญาณการใช้งาน Microsoft 365 ระบุว่า 30% ของการประชุมในปัจจุบันครอบคลุมหลายเขตเวลา เพิ่มขึ้น 8 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2021 ส่วนการประชุมที่เริ่มหลังสองทุ่มเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (Microsoft WorkLab) นอกจากนี้ ผลสำรวจก่อนหน้ายังพบว่า 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่าการสรุปสาระสำคัญของการประชุมเป็นเรื่องยาก และ 80% ต้องการให้ AI ช่วยสรุปการประชุมและรายการงานที่ต้องทำต่อ (Microsoft Work Trend Index) ความต้องการจึงชัดเจน คำถามอยู่ที่ว่าจะตอบสนองด้วยวิธีใด

เป้าหมายการออกแบบของ VoiceScribe จึงเกิดขึ้นจากจุดนี้ เริ่มจากการเปลี่ยนไฟล์บันทึกเสียงให้เป็น "สคริปต์" ที่มีโครงสร้างชัดเจน ว่าใครพูด พูดเมื่อนาทีใด และพูดว่าอะไร จากนั้นจึงให้ AI แปลงสคริปต์นั้นเป็นผลลัพธ์ที่ผู้ใช้ต้องการจริง ๆ


หลังถอดเสียงแล้ว สคริปต์หนึ่งชุดกลายเป็นอะไรได้บ้าง

ขึ้นอยู่กับพรอมป์ตที่ผู้ใช้เขียน และนี่คือเหตุผลที่ VoiceScribe เปิดขั้นตอน AI ให้ผู้ใช้กำหนดเอง

เครื่องมือถอดเสียงส่วนใหญ่ฝังปุ่มสำเร็จรูปไว้ไม่กี่ปุ่ม เช่น "สร้างรายงานการประชุม" หรือ "สรุปเนื้อหา" ซึ่งเบื้องหลังคือพรอมป์ตที่เขียนตายตัว วิธีนี้เพียงพอสำหรับการประชุมทั่วไป แต่งานจริงไม่ได้เป็นมาตรฐานขนาดนั้น การสรุปเนื้อหาการบรรยาย การสกัดข้อค้นพบจากการสัมภาษณ์ผู้ใช้ การรวบรวมข้อโต้แย้งจากการโทรขาย หรือการดึงประเด็นติดตามผลจากการสนทนาระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ล้วนต้องการโครงสร้างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

แนวทางของ VoiceScribe จึงเป็นดังนี้ สคริปต์คือวัตถุดิบ พรอมป์ตคือสูตร และผู้ใช้เป็นผู้เขียนสูตรนั้นเอง

สถานการณ์สิ่งที่พรอมป์ตกำหนดผลลัพธ์
ประชุมประจำแผนกจัดกลุ่มตามวาระ ระบุมติและงานที่ต้องทำต่อพร้อมผู้รับผิดชอบรายงานการประชุม
การเรียนการสอน / การบรรยายสกัดโครงร่างหัวข้อ ระบุประเด็นสำคัญและตัวอย่างสรุปบทเรียน เอกสารทบทวน
การสัมภาษณ์ผู้ใช้จัดกลุ่มปัญหาตามหัวข้อ พร้อมยกคำพูดของผู้ให้สัมภาษณ์ข้อค้นพบเชิงวิจัย
การโทรขายดึงข้อโต้แย้ง สัญญาณด้านงบประมาณ และข้อตกลงขั้นถัดไปรายการติดตามผล
พอดแคสต์ / วิดีโอตัดคำฟุ่มเฟือย เรียบเรียงภาษาพูด และแปลเป็นภาษาเป้าหมายซับไตเติลหลายภาษา, show notes
งานเขียนเนื้อหาเรียบเรียงเนื้อหาที่พูดให้กลายเป็นบทความต้นฉบับร่างแรก

ความยืดหยุ่นที่มาพร้อมกันยังรวมถึง

  • เลือกโมเดลได้เอง ทั้ง OpenAI, Gemini, Claude และรายอื่น โดยเลือกให้เหมาะกับความยากของงานและงบประมาณ งานสรุปง่าย ๆ ใช้โมเดลขนาดเล็กที่ราคาถูก ส่วนเอกสารยาวและซับซ้อนจึงใช้โมเดลที่มีความสามารถสูง
  • ควบคุมค่าใช้จ่ายได้เอง ปริมาณการใช้งานถูกเรียกเก็บโดยผู้ให้บริการ AI ของผู้ใช้โดยตรง เราไม่ได้เป็นตัวกลาง ไม่บวกราคา และไม่ขายต่อโทเคน
  • นำกลับมาใช้ซ้ำได้ เมื่อปรับพรอมป์ตจนได้ผลลัพธ์ที่พอใจแล้ว สามารถบันทึกไว้ใช้กับไฟล์ประเภทเดียวกันในครั้งถัดไป

และหากไม่กรอก API Key ก็ยังใช้งานได้ ขั้นตอนการถอดเสียงเป็นข้อความไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและไม่ต้องใช้ API Key แต่อย่างใด


ใครใช้ VoiceScribe บ้าง: ผู้ใช้หลัก 6 กลุ่ม

กลุ่มผู้ใช้ไฟล์บันทึกเสียงทั่วไปผลลัพธ์ที่ต้องการ
การประชุมภายใน / คณะกรรมการบริษัทการหารือเชิงกลยุทธ์ การพิจารณางบประมาณ การทบทวนโครงการมติและงานที่ต้องทำต่อ จัดกลุ่มตามหัวข้อ
การศึกษาและการอบรมชั้นเรียน การบรรยาย การอบรมภายในโครงร่างหัวข้อ สคริปต์เต็ม เอกสารทบทวน
กฎหมายและการกำกับดูแลการสัมภาษณ์ การสอบสวนภายในสคริปต์ที่มีเวลากำกับ ตรวจทานย้อนกลับกับไฟล์เสียงต้นทางได้
งานวิจัยผู้ใช้ / ทรัพยากรบุคคลการสัมภาษณ์เชิงลึก การสัมภาษณ์งาน การประเมินผลงานข้อค้นพบหรือประเด็นประเมิน จัดกลุ่มตามหัวข้อ
นักข่าวและนักวิจัยการสัมภาษณ์ การลงพื้นที่ การสนทนากลุ่มสคริปต์ที่อ้างอิงได้และย้อนกลับไปยังไฟล์เสียงต้นทางได้
ทีมคอนเทนต์และทีมอบรมวิดีโอบทเรียน การสาธิตผลิตภัณฑ์ พอดแคสต์ซับไตเติลหลายภาษาที่เวลาแม่นยำ

จุดร่วมมีเพียงข้อเดียว ไฟล์บันทึกเสียงยาว และสิ่งที่ต้องการไม่ใช่ข้อความกองใหญ่ แต่คือผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้ทันที


ขั้นตอนการใช้งาน: 4 ขั้นตอน พร้อมอีกหนึ่งขั้นตอนที่เลือกได้

  1. ลากไฟล์ วิดีโอหรือไฟล์เสียงเข้าโปรแกรม โดยไม่ต้องแปลงฟอร์แมตล่วงหน้า
  2. เลือกโมเดล โมเดล "fast" รองรับ 5 ภาษาหลักที่ใช้บ่อยด้วยความเร็วสูง ส่วนโมเดล "multilingual" รองรับ 31 ภาษา
  3. รอ ให้การถอดเสียงและการแยกผู้พูดทำงานบนเครื่องจนเสร็จ แถบแสดงความคืบหน้าจะประเมินเวลาแบบระมัดระวัง และจะแม่นยำขึ้นเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ
  4. ส่งออก เป็นเอกสาร Word หรือไฟล์ซับไตเติล

จนถึงขั้นตอนนี้ ไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ขั้นตอนที่เลือกได้ กรอก API Key ของผู้ใช้เองในหน้าตั้งค่า เขียนพรอมป์ตที่ต้องการ แล้วให้ AI แปลงสคริปต์เป็นรายงานการประชุม บทสรุป หรือซับไตเติลที่แปลแล้ว โดย Key จะถูกเก็บไว้บนเครื่อง และคำขอจะถูกส่งจากเครื่องของผู้ใช้ไปยังผู้ให้บริการที่เลือกไว้โดยตรง


คุณภาพของซับไตเติลที่ VoiceScribe สร้างเป็นอย่างไร

อยู่ในเกณฑ์ดี เพราะเรายึดหลักการเดียว คือให้ AI รับผิดชอบด้านภาษา และให้โปรแกรมคำนวณข้อมูลเวลาตามมาตรฐานของอุตสาหกรรม

เวลาของซับไตเติลแทบไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด ตัวอย่างเช่น Timed Text Style Guide ของ Netflix กำหนดให้ซับไตเติลแต่ละรายการแสดงผลอย่างน้อย 5/6 วินาที (เท่ากับ 20 เฟรมที่ 24fps) และไม่เกิน 7 วินาที ต้องเว้นช่องว่างระหว่างรายการอย่างน้อย 2 เฟรม ความเร็วในการอ่านสำหรับเนื้อหาผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 17 ตัวอักษรต่อวินาที และจำกัดไม่เกิน 42 ตัวอักษรต่อบรรทัด สูงสุดสองบรรทัดต่อรายการ (Netflix Partner Help Center, แนวทางการกำหนดเวลาซับไตเติล) ความแม่นยำระดับนี้ไม่อาจรับประกันได้ด้วยการเขียนพรอมป์ตสั่งโมเดลว่า "ห้ามแก้ไขไทม์โค้ด"

สิ่งที่เราพบจากการทดสอบจริงคือ ไม่ว่าจะกำหนดเงื่อนไขในพรอมป์ตรัดกุมเพียงใด เมื่อใดที่โมเดลภาษาได้แตะตัวเลขเวลา ก็จะเกิดปัญหาตามมา ทั้งการคัดลอกตัวเลขผิด การปรับเวลาเองโดยไม่ได้รับคำสั่ง หรือการตกบรรทัดจนทำให้รายการถัดไปทั้งหมดเคลื่อน จากบทเรียนนี้จึงเกิดเป็นหลักการออกแบบของฟีเจอร์นี้

ให้ AI ทำในสิ่งที่มันถนัด และดึงสิ่งที่มันทำได้ไม่ดีกลับมาไว้กับโปรแกรม

  • สิ่งที่มอบให้ AI คือความเข้าใจภาษา ได้แก่ การตัดคำฟุ่มเฟือย การเรียบเรียงประโยคพูดที่ขาดตอน และการแปลเป็นภาษาอื่น
  • สิ่งที่ไม่มอบให้ AI คือข้อมูลเวลาทั้งหมด โมเดลจะเห็นเฉพาะข้อความและไม่เห็นไทม์โค้ดเลย ส่วนกำหนดว่าซับไตเติลแต่ละรายการจะปรากฏเมื่อใดและค้างอยู่นานเท่าใดนั้น โปรแกรมเป็นผู้คำนวณตามมาตรฐานข้างต้น

ขอบเขตนี้ยังให้ประโยชน์ในทางปฏิบัติอีกข้อหนึ่ง เมื่อโปรแกรมเป็นผู้ควบคุมไทม์ไลน์ ผู้ใช้จึงสามารถสั่งแก้ไขข้อความในพรอมป์ตได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเขียนใหม่ ตัดให้สั้นลง เปลี่ยนน้ำเสียง หรือเปลี่ยนภาษา โดยไม่กระทบโครงสร้างเวลาของซับไตเติล ในกรณีที่แย่ที่สุด ผู้ใช้ก็ยังได้ซับไตเติลที่เวลาถูกต้องแม่นยำ เพียงแต่ถ้อยคำอาจยังไม่ได้รับการขัดเกลาเท่านั้น

หลักการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานซับไตเติล ประสบการณ์จากโครงการองค์กรของเราสอดคล้องกัน กล่าวคือ เงื่อนไขที่ทำให้ AI ใช้งานได้จริงไม่ใช่การโยนทุกอย่างให้มันทำ แต่คือการขีดเส้นให้ชัดว่าสิ่งใดควรอาศัยความสามารถทางภาษาของ AI และสิ่งใดควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโปรแกรมที่ทำงานอย่างแน่นอนตายตัว


ทำไม VoiceScribe จึงเปิดให้ใช้ฟรี

เพราะเป็นโครงการที่สะท้อนตัวตนของ Yangshu ไม่ใช่โครงการที่มุ่งสร้างรายได้

ธุรกิจหลักของ Yangshu คือการพัฒนาซอฟต์แวร์องค์กรแบบสั่งทำ ทั้งระบบ ERP เฉพาะอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โซลูชัน AI และระบบอัตโนมัติ RPA แทนที่จะใช้งบไปกับการโฆษณา เราเลือกสร้างเครื่องมือที่เป็นประโยชน์จริงต่อผู้ใช้ ใช้งานได้เต็มรูปแบบ ไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่มีกำแพงค่าบริการ ผู้ที่ใช้แล้วรู้สึกว่าดีย่อมจดจำผู้พัฒนาได้เอง ซึ่งได้ผลกว่าการซื้อโฆษณา

การให้ผู้ใช้นำ API Key มาเอง (BYOK) ยังทำให้เรื่องนี้เรียบง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้ด้วย เพราะเราไม่ได้เป็นคนกลางขายโทเคน ปริมาณการใช้งานถูกเรียกเก็บโดยผู้ให้บริการ AI โดยตรงในราคาตลาด และผู้ใช้เปลี่ยนโมเดลได้ตลอดเวลา ส่วนตัวโปรแกรมยังคงให้ใช้ฟรีเช่นเดิม


ดาวน์โหลด VoiceScribe

ดาวน์โหลดฟรี: https://yangshu.io/en/tools/voicescribe ความต้องการของระบบ: Windows 10 / 11 แบบ 64 บิต ไม่ต้องสมัครสมาชิก และการถอดเสียงไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

คำถามที่พบบ่อย

VoiceScribe ทำงานแบบออฟไลน์ทั้งหมดจริงหรือไม่

การรู้จำเสียงพูดและการแยกผู้พูดทำงานบนเครื่องของคุณทั้งหมดครับ ไฟล์เสียงไม่ถูกอัปโหลดไปที่ใด และใช้งานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต ส่วนขั้นตอน AI ที่ตามมา ได้แก่ การสรุปการประชุม การสรุปเนื้อหา และการแปลซับไตเติล จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและต้องใช้ API Key ของคุณเองครับ

ทำไมต้องให้ผู้ใช้กรอก API Key เอง

เพื่อให้คุณเลือกโมเดลได้อย่างอิสระ (OpenAI, Gemini, Claude หรือรายอื่น) ควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะกับความยากของงาน และเปลี่ยนโมเดลได้ทุกเมื่อครับ เราไม่ได้เป็นตัวกลาง ไม่บวกราคา และไม่จำกัดว่าคุณใช้โมเดลใดได้บ้าง

หากไม่กรอก API Key จะยังใช้งานโปรแกรมได้หรือไม่

ได้ครับ การถอดเสียง การแยกผู้พูด การส่งออกเป็น Word และซับไตเติลภาษาต้นฉบับพร้อมไทม์โค้ดที่แม่นยำ ล้วนใช้งานได้โดยไม่ต้องมี Key มีเพียงขั้นตอน AI เท่านั้นที่ต้องใช้ครับ

ปรับแต่งพรอมป์ตเองได้หรือไม่

ได้ครับ และนี่คือหัวใจของฟีเจอร์นี้เลย โปรแกรมมีเทมเพลตที่ใช้บ่อยมาให้ (รายงานการประชุม สรุปบทเรียน แปลซับไตเติล) แต่คุณสามารถเขียนใหม่ทั้งหมดได้ เพื่อให้สคริปต์ชุดเดียวกันออกมาเป็นรูปแบบที่เหมาะกับงานของคุณ และบันทึกพรอมป์ตที่ปรับจนลงตัวไว้ใช้ซ้ำได้ครับ

ต่างจากฟังก์ชันถอดเสียงที่มีอยู่แล้วใน Word, Teams หรือ Zoom อย่างไร

ต่างกันสามข้อครับ หนึ่งคือการถอดเสียงทำงานบนเครื่องของคุณเอง สองคือผลลัพธ์เป็นเอกสารที่ส่งมอบได้จริง มีทั้งชื่อผู้พูดและเวลากำกับ และสามคือพรอมป์ตกับโมเดลในขั้นตอน AI เป็นสิ่งที่คุณเลือกเองทั้งหมด

รองรับภาษาอะไรบ้าง

โปรแกรมมีโมเดลการรู้จำเสียงสองตัวครับ โมเดล "fast" สำหรับถอดเสียง 5 ภาษาหลักที่ใช้บ่อยด้วยความเร็วสูง และโมเดล "multilingual" ที่รองรับ 31 ภาษา รายชื่อภาษาทั้งหมดดูได้ที่หน้าดาวน์โหลดครับ

การแยกผู้พูด (speaker diarization) คืออะไร

คือการระบุโดยอัตโนมัติว่าเสียงแต่ละช่วงเป็นของผู้พูดคนใดครับ ผลลัพธ์จะอ่านคล้ายบทละคร คือมีผู้พูดคนที่ 1 ผู้พูดคนที่ 2 พร้อมข้อความและเวลาที่พูด ทั้งนี้ระบบไม่ได้ระบุตัวตนของบุคคล เพียงแยกแหล่งเสียงที่ต่างกันออกจากกันเท่านั้น และคุณเปลี่ยนชื่อป้ายกำกับเองได้ครับ

ต้องใช้เครื่องสเปกสูงหรือการ์ดจอแยกหรือไม่

ไม่ต้องใช้การ์ดจอแยกครับ โน้ตบุ๊กสำนักงานทั่วไปก็เพียงพอ โปรแกรมจะคืนกำลังประมวลผลบางส่วนให้ระบบปฏิบัติการเพื่อให้เครื่องยังตอบสนองได้ตามปกติ ดังนั้นเครื่องที่สเปกต่ำกว่าจะใช้เวลาถอดเสียงนานขึ้น ความต้องการขั้นต่ำดูได้ที่หน้าดาวน์โหลดครับ

ทำไมถึงให้ใช้ฟรี และในอนาคตจะเก็บเงินหรือไม่

VoiceScribe เป็นโครงการที่สะท้อนตัวตนของ Yangshu ครับ รายได้ของเรามาจากงานพัฒนาซอฟต์แวร์องค์กรแบบสั่งทำ เวอร์ชันปัจจุบันใช้งานได้เต็มรูปแบบ ฟรี และไม่ต้องสมัครสมาชิก ส่วนค่าใช้จ่ายในขั้นตอน AI จะถูกเรียกเก็บผ่านบัญชี API ของคุณเองครับ